Tag: สมุนไพร

6 สมุนไพรรสเผ็ดร้อน ช่วยบำรุงธาตุ ขับลม บำรุงระบบทางเดินอาหาร คาสิโนออนไลน์ไม่ต้องโหลด

No Comments
สมุนไพรรสเผ็ดร้อน

สมุนไพรรสเผ็ดร้อน

สมุนไพรรสเผ็ดร้อน ก็ถือได้ว่าเป็นยาชั้นดีที่ช่วยแก้อาการจุกเสียด ขับโลหิตระดู ขับเหงื่อ แน่นเฟ้อ ขับลม บำรุงไฟธาตุ และช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี และนี่ก็คือ 6 สมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อนที่ ช่วยบำรุงธาตุ ขับลม บำรุงระบบของทางเดินอาหาร

กระเทียม สามารถช่วยขับลม และบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบีบตัวในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กซึ่งทำให้เกิดการขับลมได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการอักเสบและยังช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ดีอีกด้วย

ขมิ้นชัน สมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน และยังมีฤทธิ์ขับลม สามารถแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ดี อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย และยังช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และยังช่วยรักษาโรคกรดไหลย้อน และยังช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเนื่องจากกระเพาะอาหารเป็นแผล  คาสิโนออนไลน์ไม่ต้องโหลด

ขิง คือสมุนไพรช่วยลดอาการอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง แถมยังช่วยขับลมและกระตุ้นการทำงานของระบบลำไส้ โดยการนำขิงแก่ทุบให้พอแหลก จากนั้นเทน้ำเดือดลงไปครึ่งแก้ว ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วนำมาดื่มระหว่างมื้ออาหารเพื่อช่วยแก้อาการท้องอืดได้เป็นอย่างดี

ตะไคร้ คือสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้ดี มีรสที่เผ็ดร้อน ต้นตะไคร้นั้นมีสรรพคุณเป็นยาขับลม ช่วยลดไข้ บรรเทาอาการหวัด ขับเหงื่อ และช่วยบำรุงไตให้แข็งแรง  คาสิโนออนไลน์ไม่ต้องโหลด

พริกไทย กลิ่นหอมฉุน รสเผ็ดร้อน จึงช่วยขับเหงื่อ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ท้องผูก ช่วยให้เจริญอาหาร และยังมีสารช่วยในการควบคุมการเผาผลาญในร่างกาย ทำให้กระดูกแข็งแรง ช่วยยับยั้งการเสื่อมของตับ

โหระพา สมุนไพรที่มีกลิ่นหอม โหระพานั้นถือว่าเป็นยาสมุนไพรที่ช่วยขับลมในลําไส้ แถมยังบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยย่อยอาหารโดยเฉพาะเนื้อสัตว์  คาสิโนออนไลน์ไม่ต้องโหลด

พริกไทย พืชเศรษฐกิจของประเทศแถบที่มีอากาศร้อน

No Comments
พริกไทย สรรพคุณยาดี

พริกไทย สรรพคุณยาดี

พริกไทย สรรพคุณยาดี ทางสมุนไพร ขับลมในลำไส้ ขับลมในท้อง เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ ลดความร้อนในร่างกาย แก้

ปวดท้อง ช่วยขับไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย แก้ลมพรรดึก (ก้อนอุจจาระที่แข็งกลม) แก้ลมวิงเวียน แก้เสมหะ แก้ไอ ใช้เป็นสมุนไพรลด

น้ำหนัก ช่วยย่อยอาหาร แก้อติสาร (โรคลงแดง) แก้ลมจุกเสียด แก้แน่น ปวดมวนในท้อง บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร ขับผายลม ช่วยให้

เจริญอาหาร…

สมุนไพรเง็กเต็ก ชื่อแปลกแต่สรรพคุณดีสุดๆ

No Comments
สมุนไพรเง็กเต็ก

สมุนไพรเง็กเต็ก

สมุนไพรเง็กเต็ก เง็กเต็กเป็นสมุนไพรที่จะเป็นตัวช่วยในการปรับสมดุลให้กับร่างกายของคุณได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ถ้าใครที่รู้ตัวว่าร่างกายคุณร้อนกว่าปกติ อย่างเช่น ชอบเป็นร้อนในล่ะก็ห้ามพลาดที่จะให้เง็กเต็กเข้ามาช่วยปรับสมดุลให้ได้

เง็กเต็กมีสรรพคุณอะไรบ้าง?
เพราะคือสมุนไพรที่เรียกได้ว่ามีฤทธิ์เย็นถ้าคุณร้อนใน เป็นไข้ หนาว ๆ ร้อนจากอาการวัยทอง มีเสมหะ หรือรู้สึกว่ามีลมในตัวเยอะ สิวฝ้า รอยดำก็ตามมากวนใจ ผื่นตามผิวทำให้คันเหลือเกิน แถมนอนไม่ค่อยหลับล่ะก็เง็กเต็กช่วยคุณได้ เพราะอาการที่พูดมาข้างต้นเง็กเต็กมีส่วนช่วยบรรเทาได้เป็นอย่างดี…

ใบย่านาง สมุนไพรเย็น สรรพคุณครอบจักวาล

No Comments
ใบย่านาง สมุนไพรเย็น

ใบย่านาง สมุนไพรเย็น มีคลอโรฟิลล์สดจากธรรมชาติ เป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่โบราณในการรักษาโรคต่าง ๆ รวมถึงการนำมาทำอาหารหลากหลายชนิด โบราณเรียกย่านางว่า หมื่นปี บ่ เฒ่า ปัจจุบัน ย่านาง ถูกใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อรักษาอาการป่วย วมทั้งการปรับสมดุลในร่างกาย

ใบย่านาง สมุนไพรเย็น

ใบย่านาง สมุนไพรเย็น สรรพคุณ 

ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
ช่วยป้องกันและบำบัดการเกิดโรคหัวใจ
ช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งได้
สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็ง หากดื่มน้ำใบย่านางเป็นประจำ จะทำให้ก้อนเนื้อมะเร็งจะฝ่อและเล็กลง
ช่วยป้องกันและรักษาโรคภูมิแพ้ ไอจาม มีน้ำมูกและเสมหะ
ช่วยรักษาอาการร้อนแต่ไม่มีเหงื่อ
ช่วยรักษาอาการของโรคเบาหวาน โดยไปลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลง
มีส่วนช่วยช่วยอาการปวดตึง ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดชาบริเวณต่าง ๆ
มีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย
ช่วยรักษาอาการเกร็ง ชัก หรือเป็นตะคริวบ่อย ๆ
ช่วยแก้อาการเจ็บเหมือนมีไฟช็อตหรือมีเข็มแทงหรือมีอาการร้อนเหมือนไฟ
ช่วยแก้อาการเหงือกอักเสบอย่างรุนแรงและเรื้อรัง
ช่วยรักษาโรคตับอักเสบ
ช่วยรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษ
ช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร
ช่วยป้องกันการเกิดโรคเกาต์
ช่วยรักษาอาการท้องเสีย เพราะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุได้
ช่วยบรรเทาอาการอาการปวดท้องอย่างเฉียบพลัน
ช่วยแก้อาการท้องผูก ลดอาการแสบท้อง
ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ
ช่วยลดอาการหดเกร็งตามลำไส้
ช่วยรักษาอาการกรดไหลย้อน

เห็ดหลินจือ ราชาแห่งสมุนไพร เสริมภูมิต้านทาน ต่อต้านโรคมะเร็ง

No Comments
เห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ คุณประโยชน์ยอดสมุนไพรจากแผ่นดินจีน ยาอายุวัฒนะที่คู่รักสุขภาพไม่สมควรพลาด

ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจาก เห็ดหลินจือ คุณประโยชน์สมเป็น ยาอายุวัฒนะ

ในเห็ดหลินจือมีสารสำคัญหลากหลายประเภท โดยมีส่วนประกอบหลักเป็น

– สารในกรุ๊ปโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิต้านทานร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์ของโรคมะเร็ง ยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ

– สารในกรุ๊ปไตรเทอร์พีน (Triterpene) ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์ของโรคมะเร็ง ยั้งเซลล์ของโรคมะเร็งตับ คุ้มครองปกป้องโรคภูมิแพ้ ลดระดับความดันเลือด ลดไขมันในเลือด คุ้มครองปกป้องไขมันตันในเส้นโลหิต

– สารในกรุ๊ปนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ออกฤทธิ์ทุเลาลักษณะของการเจ็บปวด คุ้มครองลิ่มเลือดแข็งในเส้นโลหิต ลดการเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ยั้งการเติบโตของเชื้อไวรัส

– สารประกอบพบมาเนียม (Gemanium) สร้างเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงประสาท สมอง หัวใจ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด

ดยในตำรับยาเจาะจงไว้ว่า เห็ดหลินจือ ประยุกต์ใช้รักษาได้หลายอาการ อย่างเช่น…

– บำรุงร่างกาย เสริมกำลัง ทุเลาอาการอ่อนล้า
– สร้างเสริมภูมิต้านทาน โดยมีรายงานการเรียนรู้ทางสถานพยาบาลพบว่า เห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิต้านทานในคนเจ็บโรคมะเร็งปอด, คนป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมทั้งผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็งขั้นขยาย
– ลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมลักษณะโรคโรคเบาหวาน และก็โรคที่อยู่ในกรุ๊ปอาการความแปลกของระบบเผาผลาญของกินของร่างกาย
– ลดไขมันในเลือด ปกป้องโรคหัวใจ
– สร้างเสริมความจำ ปกป้องอัลไซเมอร์
– ช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนก้าวหน้าขึ้น
– ชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณให้ผ่องแผ้ว
– ล้างพิษให้ร่างกาย
– บำรุงสายตา
– แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
– รักษาโรคภูมิแพ้ โรคหืด หอบ
– เพิ่มความแข็งแรงให้ปอด ม้าม
– ลดระดับความดันเลือดสูง
– แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ปวดข้อ โรคเกาต์
– บำรุงระบบประสาท โดยมีการนำไปรักษาโรคประสาทที่มีลักษณะเหน็ดเหนื่อยอย่างเรื้อรังได้ได้ผล
– แก้อาการนอนไม่หลับ เวียนหัว เบื่อข้าว
– รักษาลักษณะของการปวดภายหลังการรับเชื้องูสวัด
– รักษาแผลในกระเพาะและก็ไส้
– ลดการอักเสบในไส้
– บำรุงรวมทั้งรักษาโรคตับต่างๆอีกทั้งโรคตับแข็ง ตับอักเสบ ฟื้นฟูความสามารถของตับที่ถูกทำลายจากการกินยาเยอะมากๆต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาที่นานๆ
– ขับฉี่ รักษาโรคทางเท้าเยี่ยวข้างล่าง
– คุ้มครองปกป้องการทำงานหนักของไต
– รักษาริดสีดวงทวาร
– ลดลักษณะของการปวดรอบเดือน
– แก้ภาวการณ์เสื่อมความสามารถทางเพศ
– แก้ไขปัญหาภาวการณ์มีลูกยาก
อื่นๆอีกมากมาย

 

แหล่งที่มา.. https://health.kapook.com/view57030.html

ชงโค คุณประโยชน์ดีต่อร่างกาย เป็นไม้ประดับก็งาม

No Comments
ชงโค

ชงโค มิได้มีดีเพียงแค่เค้าหน้า แต่ว่าคุณประโยชน์ทางยาและก็คุณประโยชน์ต่อร่างกายก็ไม่น้อย

ชงโค คุณประโยชน์โอ้โห…ดีเลิศ

ตามตำราหมอแผนไทย ชงโคมีคุณประโยชน์ด้านสมุนไพร ดังต่อไปนี้

1. แก้ไอ

ใบชงโคสามารถนำไปต้มแล้วจิบเป็นชาแก้อาการไอได้

2. ยาระบาย

ตำรับยาแผนไทยใช้รากชงโคล้างสะอาด ต้มกับน้ำเป็นยาระบาย แก้ท้องผูก ถ่ายยาก แล้วก็ยังมีฤทธิ์ช่วยขับลมภายในร่างกายอีกด้วย

3. รักษาแผล ฝี

ใบชงโคล้างสะอาดตำให้แหลกแล้วเอามาพอกฝี รักษาแผลได้ แม้กระนั้นดังนี้เพื่อเลี่ยงจังหวะติดเชื้อโรคที่แผล เสนอแนะว่าอย่าโปะใบชงโคลงไปบนแผลโดยตรงจะดียิ่งกว่า

4. แก้ท้องเดิน แก้บิด

เปลือกต้นชงโคมีคุณประโยชน์ช่วยแก้ท้องเดิน แก้ปวดบิด

5. แก้พิษร้อน แก้ไข้

ดอกชงโคมิได้ดูดีเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังมีคุณประโยชน์แก้พิษร้อนจากเลือดและก็น้ำดี แก้ไข้

 

แหล่งที่มา.. https://health.kapook.com/view206436.html

ว่านนางตัด สมุนไพรเร้าอารมณ์ทางเพศ รีเฟรชสุขภาพสตรี

No Comments
ว่านนางตัด

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ที่ต้องการให้รู้จักมากมายๆอย่าง ว่านนางตัด เพราะว่าคุณประโยชน์ของว่านนางตัดนั้นอย่างมากจริงๆโดยยิ่งไปกว่านั้นกับสุขภาพสตรี

ว่านนางตัดเป็นสมุนไพรที่มีมานาน แม้กระนั้นพึ่งจะได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการให้คนได้ทราบจะว่า คุณประโยชน์ว่านนางตัดสามารถช่วยทำนุบำรุงกำลังเพศหญิง กระชับมดลูก ลดลักษณะของการปวดรอบเดือน ทั้งยังช่วยปลุกความซู่ซ่าให้เรื่องบนเตียง จนถึงถูกชูให้เป็นไวอากร้าเพศหญิงในแบบอย่างสมุนไพรไทย ซึ่งด้วยคุณประโยชน์ของว่านนางตัดที่เยี่ยมเป้งขนาดนี้ พวกเราเลยขอนำทุกคนมารู้จะสมุนไพรว่านนางตัดให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ว่านนางตัด กับความมากมายหลากหลายของชื่อ

สมุนไพรว่านนางตัดเป็นชื่อที่เรียกกันทั่วๆไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสตูลแล้วก็จังหวัดตรัง แต่ว่าชื่อในแคว้นจะถูกเรียกว่าพิลังสาหรือนนางสัด ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันในแถบจังหวัดชุมพรรวมทั้งนครศรีธรรมราช

ส่วนว่านนางตัดในชื่อวิทยาศาสตร์ มีชื่อว่า Labisia pumila (Blume) F.-Vill. & Naves

ลักษณะทางพันธุศาสตร์ของว่านนางตัด

ว่านนางตัดมีลักษณะของต้นเป็นไม้ล้มลุกครึ่งไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสูงราวๆ 5-15 ซม. รอบๆลำต้น ก้านใบ และก็ช่อดอก มีเกล็ดสีน้ำตาลปนแดงหนาแน่น ส่วนใบเป็นใบผู้เดียว เรียงเวียน ยาวราวๆ 10-20 ซม. ปลายใบแหลม แผ่นใบข้างล่างมีเกล็ดสีน้ำตาลปนแดงกระจัดกระจายอยู่ทั่วบนเส้นกึ่งกลางใบ ด้านในใบมีเส้นกิ่งก้านสาขาใบจำนวนไม่น้อย

ว่านนางตัดเป็นไม้พุ่มที่มีดอก ขนาดช่อดอกยาวราว 2-8 มม. ใน 1 ช่อจะมีดอกอยู่ราว7 ดอก กลีบดอกไม้เป็นสามเหลี่ยม มีจุดโปร่งใสกระจัดกระจาย สีกลีบเป็นสีขาวหรือขาวอมชมพู และก็ส่งผลทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางราว 4 มม. ผิวข้างนอกมีต่อมเรียวยาวกระจัดกระจาย

แหล่งปลูกว่านนางตัดรวมทั้งพื้นที่กระจัดกระจายชนิด

ในไทยจะพบว่านนางปิดทางภาคใต้เป็นส่วนมาก เพราะนนางตัดชอบปลูกก้าวหน้าในพื้นป่าดิบชื้น มีร่มเงา ตามขอบสายธารหรือพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 100-800 เมตร

 

แหล่งที่มา.. https://health.kapook.com/view128772.html

ตรีชวา สมุนไพรดับพิษ ใช้ควบคู่กับ สังกรณี สมุนไพรโบราณ

No Comments
ตรีชวา

ตรีชวา ดังถูกพูดถึงใน พระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ตอนพระลักษมณ์โดนหอกโมกขศักดิ์ จะต้องให้หนุมานไปเก็บ สังกรณี  มาทำเป็นยาพอกก็เลยจะหาย

ตรีชวา สมุนไพรดับพิษ

มีชื่อวิทยาศาสตร์ Clerodendrum serratum (L.) ชื่อท้องถิ่นตรีชวา (ภาคกึ่งกลาง) ตั้งต่อ, ปอสามเกี๋ยน, สามสุม (ภาคเหนือ) พรายสะแกงเลียง, สะเม่าใหญ่ (จังหวัดโคราช) หลัวสามทะเล, ไฟทวาร (จังหวัดเชียงใหม่) ไฟ (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) เป็นไม้พุ่มสูงได้ถึง 2 มัธยม แขนงตั้งชัน ต้นเล็กเรียวเรียบ ออกเป็นกอ ใบเป็นใบลำพัง ออกเรียงตรงกันข้าม รูปใบหอกแคบ ปลายแหลมสั้น โคนสอบเรียว กว้าง 1.5-3.5 เซนติเมตร ยาว 3-8 เซนติเมตร รูปรีขอบขนาน ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบ สีเขียวบาง

ขึ้นเล็กน้อยตามป่าเบญจพรรณทั่วๆไป เป็นไม้ที่โล่งแจ้ง เติบโตได้ดิบได้ดีในดินทั่วๆไปเพาะพันธุ์ด้วยการเพาะเม็ด หรือการปักชำกิ่ง มีดอกเป็นช่อแท่งตั้ง แน่นตลอดช่อ ที่ปลายยอดเรียวแหลม กลีบสีขาวแซมเขียว แต่ละดอกมีใบประดับประดารูปหัวใจ

สีขาวลายเขียว 3 ใบ กลีบดอกไม้เป็นหลอดเล็ก ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมี 2 กลีบ ส่วนกลีบข้างล่างมี 3 กลีบ มีดอกได้ทั้งปี ผลมีลักษณะกลมขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย สีเขียว ไร้ก้าน แห้งแตกยาวโดยประมาณ 1.5 เซนติเมตร

คุณประโยชน์รักษาแผลดี ดับพิษทั้งผอง ดับพิษเลือด แก้ริดสีดวง ขับเยี่ยว

กรรมวิธีรวมทั้งจำนวนใช้ดับพิษเลือดและก็ขับเยี่ยว…ใช้ทั้งยังต้น 1 กำมือ หรือ 10-15 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด ต้มลงในน้ำเดือด 1 ลิตร นาน 15 นาที กรองเอาน้ำกินยามเช้า-เย็น จะหายวันหายคืน.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/1661863

สมุนไพร อบเชย คุณประโยชน์และก็ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากอบเชย

No Comments
อบเชย

คุณประโยชน์ของ สมุนไพร อบเชย

เปลือกต้นและก็แก่นไม้ มีรสเผ็ด หวานเปียก มีกลิ่นหอมยวนใจ เป็นยาร้อนออกฤทธิ์ต่อไต ม้าม รวมทั้งกระเพาะปัสสาวะ ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายอบอุ่น ช่วยกระจัดกระจายความเย็นภายในร่างกาย ทำให้โลหิตหมุนเวียนดี (เปลือกต้นและก็แก่นไม้)
เปลือกต้นใช้ปรุงผสมเป็นยาหอมแล้วก็ยานัตถุ์ คืนความสดชื่น แก้ปวดหัว แก้อาการหมดแรง (เปลือกต้น)
ช่วยบำรุงรักษาดวงใจ บำรุงธาตุ ช่วยบำรุงกำลัง แก้อาการเหน็ดเหนื่อย (เปลือกต้น) ส่วนใบอบเชยต้นมีคุณประโยชน์เป็นยาบำรุงธาตุ และก็ชูกำลัง (ใบอบเชยไทย)
รากอบเชยเทศ มีคุณประโยชน์ช่วยปลุกธาตุให้เจริญรุ่งเรือง แก้พิษร้อน ส่วนเปลือกต้นอบเชยเทศมีคุณประโยชน์ปลุกธาตุชั้นให้รุ่งโรจน์ (เปลือกต้นอบเชยเทศ,รากอบเชยเทศ
อบเชยจีนมีรสเผ็ดอมหวาน มีฤทธิ์ร้อน ช่วยทำนุบำรุงธาตุไฟในระบบไต ตับ ม้าม และก็หัวใจ (เปลือกต้นอบเชยจีน)
อบเชยสามารถช่วยลดระดับความดันเลือดได้ ด้วยการใช้ผงอบเชยที่หาซื้อได้ทั่วๆไปที่เป็นแท่งเอามาบด โดยให้ใช้ผงอบเชยหนัก 1 กรัม ชงกับน้ำร้อน 1 แก้วกาแฟ ใช้ดื่มก่อนรับประทานอาหารตอนเช้ารวมทั้งเย็น (เปลือกต้น)
ใช้ปรุงเป็นยานัตถุ์กินแก้ไม่อยากกินอาหาร (เปลือกต้น)เปลือกต้นเอามาต้มกับน้ำกินเป็นยาบำรุงธาตุ และก็ช่วยให้เจริญอาหาร (เปลือกต้นอบเชยไทย)
อบเชยมีคุณประโยชน์ช่วยให้ร่างกายมีความรู้และความเข้าใจสำหรับการใช้อินซูลินเพื่อการการเผาไหม้เดกซ์โทรสเจริญขึ้น อบเชยสามารถลดการดื้อรั้นอินซูลินทำให้เซลล์ต่างๆนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงานให้หมดไปไม่ค้างอยู่ในเลือด สมุนไพรอบเชยก็เลยเหมาะสมกับเบาหวานจำพวกที่ 2 สำหรับคนเป็นโรคโรคเบาหวาน ให้ใช้อบเชยวันละ 1 ช้อนชา หรือราวๆ 1,200 มก. โดยให้แบ่งการกินออกเป็น 4 มื้อ ซึ่งจะได้ผงอบเชยในจำนวน 300 มก. หรือมีขนาดพอๆกับแคปซูลเบอร์ 1 แม้กระนั้นสำหรับผู้ไม่เป็นโรคเบาหวานสามารถกินได้วันละ 500-600 มก. หรือราวๆวันละ 2 แคปซูล (เปลือกของกิ่ง)

คุณประโยช์จากต้นอบเชย

เปลือกต้นใช้เป็นเครื่องเทศ ยาขับลม แต่งกลิ่น บดให้เป็นผุยผงใช้เป็นเครื่องเทศใส่ของกิน ใส่เอาไว้ข้างในเครื่องแต่งหน้า น้ำมันจากกาบไม้ต้นใช้แต่งกลิ่นของกินแล้วก็เครื่องดื่ม อาทิเช่น ลูกวาด ของหวาน สุรา รวมถึงเภสัชภัณฑ์ สบู่ ยาตระเตรียมที่ใช้สำหรับโพรงปาก ใช้เป็นส่วนประกอบในยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ยาขับลม ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อโรคแล้วก็กันบูด ฯลฯ ส่วนเปลือกอบเชยชวามักประยุกต์ใช้ผสมเครื่องแกงแกงมัสมั่น รวมทั้งแต่งกลิ่นข้าวบุหรี่ไก่
เปลือกต้นอบเชยเมื่อเอามาปิ้งไฟจะมีกลิ่นหอมสดชื่น นิยมเอามาใส่ไว้ภายในแกงมัสมั่นแล้วก็อาการจำพวกต้มหรือต้มเนื้อสัตว์ต่างๆเพื่อลดความคาว หรือจะทดลองหาผงอบเชยมาใส่ลงในของกินหรือเครื่องดื่มก็ได้ ได้แก่ ชา กาแฟ น้ำผลไม้ แซนด์วิช ก็ได้ สุดแท้แต่จะดัดแปลงแก้ไขสูตร
ใบอบเชยเทศมีน้ำมัน ใช้สำหรับแต่งกลิ่น แต่งกลิ่นเครื่องแต่งตัว แต่งกลิ่นสบู่ ใช้เป็นสารขึ้นต้นสำหรับเพื่อการผลิตน้ำหอม ใช้เป็นแหลงของสารยูจีนอลเพื่อนำมาสังเคราะห์เป็นสารวานิลลิน ใช้เป็นส่วนประกอบในยาใช้ภายนอกเช็ดนวดเพื่อทุเลาลักษณะของการปวดตามข้อ
คนภูเขาจังหวัดเชียงใหม่จะใช้เปลือกต้นอบเชยไทยเอามาตากให้แห้งแล้วค่อยนำไปบดรับประทานกับหมาก
ชาวม้งจะใช้กาบไม้ของอบเชยไทย นำไปตากแห้งแล้วตำให้เป็นผุยผง นำไปทำธูป มีกลิ่นหอมหวน
แก่นไม้อบเชยไทยมีกลิ่นหอมยวนใจเหมือนการบูร แก่นไม้หยาบคายและก็ออกจะเหนียว สามารถประยุกต์ใช้สำหรับการแกะทำหีบใส่ของเพื่อคุ้มครองแมลง ทำเครื่องตกแต่งบ้าน หรือทำไม้บุฝาผนังที่งดงามได้9
สำหรับเรื่องสิว อบเชยก็สามารถช่วยได้เหมือนกัน ด้วยการใช้ผงอบเชย 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำผึ้ง 3 ช้อนชา แล้วคนจนเข้ากัน ต่อจากนั้นเอามาป้ายลงบนหัวสิวก่อนนอน และหลังจากนั้นก็ค่อยล้างออกในช่วงเวลาเช้าด้วยน้ำอุ่น โดยให้ทำต่อเนื่องกัน 2 อาทิตย์ สิวจะเบาๆหมดไป (ข้อมูลที่ได้มาจาก Woman plus)

 

แหล่งที่มา.. https://medthai.com/

ออริกาโน (Oregano) สมุนไพร

No Comments
ออริกาโน

ออริกาโน (Oregano) คุณประโยชน์มากมาย

ออริกาโน เป็นพืชเครือญาติเดียวกับมินต์ เป็นเครื่องเทศคู่ห้องครัวของกินอิตาเลี่ยนเลยล่ะจ้ะ อย่างที่พวกเราเคยชินกับการนำผงออริกาโนมาโรยบนหน้าพิซซา เนื่องจากว่ามีกลิ่นหอมสดชื่นและทำให้พิซซาอร่อยขึ้น แต่อันที่จริงแล้วเจ้าออริกาโนเนี่ยสามารถทานได้ทั้งยังแบบสดรวมทั้งแบบแห้งเลยนะ มีคุณประโยชน์มากมาย ช่วยกำจัดไขมันในเลือด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีฤทธิ์ร้อน แก้ปวดกล้ามเนื้อ ใบสดๆมีกลิ่นหอมสดชื่นแรงแต่ไม่เท่ากับแบบแห้ง หรือจะสกัดเป็นน้ำมันก็ได้นะคะ แต่ว่าที่นิยมสูงที่สุดก็จะเป็นแบบแห้ง ทานได้กับเนื้อสัตว์ทุกหมวดหมู่และเหมาะสมกับซอสมะเขือเทศจ้ะ

ที่มา baanlaesuan